กลุ่มบ้านปูแถลงผลประกอบการ 2562 และทิศทางธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ Greener & Smarter”

บ้านปูฯ เดินหน้ากลยุทธ์ Greenerเต็มพิกัด

เพิ่มสัดส่วนธุรกิจก๊าซธรรมชาติ พร้อมติดเครื่อง “บ้านปู เน็กซ์”

ขยายพอร์ตพลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม

  • รายได้จากการขาย2,759 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ85,660 ล้านบาท) และ EBITDA 695ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ21,578 ล้านบาท)
  • เดินหน้ากลยุทธ์Greenerขยายธุรกิจก๊าซธรรมชาติ และจัดตั้งธุรกิจ “บ้านปู เน็กซ์” เต็มพิกัดเพื่อเพิ่มพอร์ตพลังงานสะอาด ตอบโจทย์รูปแบบการใช้พลังงานในอนาคต

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจด้านพลังงานแบบครบวงจรแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รายงาน
ผลภาพรวมการดำเนินงานปี2562 ของบริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม2,759 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 85,660 ล้านบาท) ลดลงจากปีก่อน 722 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 22,416 ล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ 21 โดยมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA)รวม695ล้านเหรียญสหรัฐ(ประมาณ21,578 ล้านบาท) ลดลงร้อยละ 41 จากปีก่อนหน้า โดยบริษัทฯเดินหน้าด้วยกลยุทธ์ Greenerอย่างเต็มพิกัด สร้างการเติบโตธุรกิจพลังงานสีเขียวด้วยการเพิ่มสัดส่วนธุรกิจก๊าซธรรมชาติ และการจัดตั้งบริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด เพื่อพัฒนาและต่อยอดธุรกิจพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีพลังงาน ให้สอดรับกับเทรนด์พลังงานแห่งโลกอนาคต

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าแนวโน้มธุรกิจพลังงานในช่วงปี2562 สะท้อนถึงความท้าทายจากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก สงครามการค้าของประเทศคู่กรณี ความต้องการใช้พลังงานชะลอตัวจากปัจจัยสภาวะอากาศที่ไม่หนาวเย็นนักในช่วงฤดูหนาวของซีกโลกเหนือ และการแข็งค่าของเงินบาทอย่างต่อเนื่อง แม้กระนั้น เรายังคงเดินหน้าเสริมสร้างความแข็งแกร่งและสมดุลให้กับระบบนิเวศทางธุรกิจระหว่างกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ทั้งกลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน มุ่งสร้างการเติบโตทางธุรกิจที่ตอบรับกับเทรนด์พลังงานแห่งโลกอนาคต ที่สนับสนุนการผลิตและการใช้พลังงานสะอาด รวมถึงการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้อย่างชาญฉลาด ซึ่งจะเริ่มได้เห็นความคืบหน้าทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมในปี2563

เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยกลยุทธ์Greener & Smarterเมื่อเดือนธันวาคม 2562 บ้านปูฯ ได้ลงทุนเป็นจำนวน770 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 23,907 ล้านบาท) เพื่อเข้าซื้อแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ในมลรัฐ เท็กซัส สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีอุปสงค์การใช้ก๊าซธรรมชาติมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาคิดเป็น15% ของความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติรวมของประเทศ และส่งผลให้บ้านปูฯ ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในกลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติ20 อันดับแรกของสหรัฐอเมริกา การเข้าซื้อกิจการแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ นับได้ว่าอยู่ในช่วงเวลาและราคาที่น่าพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังมีความเสี่ยงและมีต้นทุนการดำเนินการที่ต่ำ และช่วยยกระดับศักยภาพของบ้านปูฯ ให้มีพอร์ตทางธุรกิจที่หลากหลายตอบรับกับความต้องการในหลากหลายพื้นที่ ต่อยอดความเป็นผู้นำและศักยภาพในการบริหารทรัพยากรด้านธุรกิจก๊าซธรรมชาติของบ้านปูฯ จากเดิมที่มีแหล่งก๊าซธรรมชาติMarcellusในพื้นที่ตะวันออกเฉียง เหนือของมลรัฐเพนซิลเวเนียอยู่แล้ว นอกจากนี้ การเข้าซื้อบาร์เนตต์ฯ ยังมีโอกาสคืนทุนได้เร็ว โดยคาดการณ์ว่าสามารถคืนทุนให้บ้านปูฯ ได้ภายใน6 ปี ขณะที่มีปริมาณสำรองการผลิตระยะยาวอย่างน้อย16 ปี

นอกจากนี้ บ้านปูฯ ยังปรับกระบวนทัพทางธุรกิจครั้งสำคัญ โดยการจัดตั้ง บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัดที่มีทุนจดทะเบียน7,919 ล้านบาท แล้วเสร็จเมื่อวันที่27กุมภาพันธ์ 2563ซึ่งจะดำเนินงานเป็นบริษัทหลัก (Flagship) ของกลุ่มบริษัทบ้านปูฯ เพื่อมุ่งลงทุนและพัฒนาธุรกิจพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีพลังงานอาทิ การดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน การให้บริการวางระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด การออกแบบและผลิต       ยานยนต์ไฟฟ้า การผลิตและจำหน่ายแบตเตอรี่ไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน และระบบการจัดการเทคโนโลยีพลังงาน เพื่อเสริมทัพสมาร์ทโซลูชันด้านพลังงานอย่างครบวงจร โดยมีความคืบหน้าทางธุรกิจตลอดปี2562 ทั้งการขยายพอร์ตธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคากับลูกค้าระดับพรีเมี่ยมทั่วประเทศ แผนความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ทั้งการขนส่งสินค้าและพัสดุไปรษณีย์ด้วยยานยนต์ไฟฟ้า และการขยายกำลังผลิตโรงงานแบตเตอร์รีลิเธียมอิออนกิกะวัตต์ต่อชั่วโมง การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ ๆ ไปพร้อม ๆ กับการรุกขยายธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและฉับไวเช่นนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบ้านปูฯ ในการเติบโตในพอร์ตพลังงานสะอาดทั้งในระยะสั้นและระยะยาว อีกทั้งความตั้งใจในการดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืนตามหลักESG ซึ่งประกอบด้วย สิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และการกำกับดูแลกิจการ (Governance)

“ในวันที่ บ้านปูฯ กำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่4 กลยุทธ์Greener & Smarter รวมถึงการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้อย่างชาญฉลาด และการเสริมสร้างแพลตฟอร์มทางธุรกิจที่เอื้อประโยชน์และส่งเสริมซึ่งกันและกันระหว่างกลุ่มธุรกิจทั้งหมดของเราใน10 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก คือหัวใจหลักในการเดินหน้าสร้างการเติบโตที่ตอบรับกับเทรนด์พลังงานแห่งโลกอนาคตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว ทั้งในส่วนธุรกิจที่สร้างรายได้หลักให้บ้านปูฯในปัจจุบันคือกลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน ซึ่งเราจะไม่หยุดยกระดับการปรับปรุงคุณภาพและลดต้นทุน รวมทั้งพิจารณาถึงตลาดที่มีศักยภาพใหม่ ๆ อาทิ อินเดียและบังคลาเทศ ส่วนในกลุ่มธุรกิจผลิตพลังงานจะมุ่งหน้าสู่เป้าหมายการมีกำลังการผลิตรวม5.3 กิกะวัตต์เทียบเท่า ภายในอีก ปี โดยให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่เน้นประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเสริมความแข็งแกร่งในศักยภาพการสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอผ่านการพัฒนาโครงการในพอร์ตฟอลิโอให้ทันตามระยะเวลาที่กำหนด ในส่วนกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน บ้านปูฯ จะพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของเราในการสร้างสมาร์ทโซลูชันที่หลากหลายแบบครบวงจรและสามารถสร้างรายได้ให้กับกลุ่มบริษัทบ้านปูฯ อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ เราจะยังคงยืนหยัดก้าวข้ามความท้าทายทั้งหลาย เพื่อแสดงความเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรอย่างแท้จริง”นางสมฤดี กล่าวปิดท้าย

สำหรับภาพรวมปี2562 บ้านปูฯ มีรายได้จากการขายรวม 2,759 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ85,660 ล้านบาท) ลดลงจากปีก่อน 722 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ22,416 ล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ 21 มีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA)รวม695 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 21,578 ล้านบาท) ลดลงร้อยละ 41 จากปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิก่อนผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนคิดเป็นจำนวน75 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2,329 ล้านบาท) ซึ่งปรับลดลงร้อยละ66 จากปีก่อนหน้า จากการแข็งค่าของเงินบาทอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐในปีที่ผ่านมาทำให้เกิดผลขาดทุนจากการแปลงค่างบการเงินจำนวน95 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2,950 ล้านบาท) งบการเงินรวมจึงได้บันทึกขาดทุนสุทธิจำนวน20 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 621 ล้านบาท)

บ้านปู เพาเวอร์ฯ รายงานผลประกอบการปี 2562 เดินหน้าเต็มสูบขยายโรงไฟฟ้าและพอร์ตพลังงานสะอาดในจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม

•        ปี62 ดันเมกะวัตต์เพิ่มจากโรงไฟฟ้า7 แห่ง กำลังผลิตรวมเพิ่มเป็น2,901 เมกะวัตต์เทียบเท่า

•        ปี63 เตรียมCODโรงไฟฟ้าในจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม รวมอีก451 เมกะวัตต์เทียบเท่า

•        ลงทุนธุรกิจซื้อขายไฟและโรงไฟฟ้าเสมือน พร้อมขยายพอร์ตพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีพลังงานผ่านBanpu NEXT

บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือBPPหนึ่งในผู้นำธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากทั้งพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไป (Base-Load Power Business)และพลังงานหมุนเวียน (Renewable Power Business)ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รายงานผลประกอบการปี2562 มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA)ที่4,802 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนร้อยละ19 และมีกำไรจากการดำเนินงานรวม3,191 ล้านบาท ลดลงร้อยละ33 เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่ลดลงของโรงไฟฟ้าหงสาและโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี อย่างไรก็ดี โรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งยังคงเดินเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยรายงานดัชนีค่าความพร้อมจ่าย (Equivalent Availability Factor: EAF)ที่ร้อยละ81 และร้อยละ90 ตามลำดับ สำหรับปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการขยายกำลังผลิตในจีนและญี่ปุ่น

ทั้งจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date: COD)โรงไฟฟ้าตามแผนและการลงทุนเพิ่มในโรงไฟฟ้าที่COD แล้ว ซึ่งช่วยสร้างรายได้กลับคืนสู่บริษัทฯ ได้ทันที อีกทั้งเมื่อไม่นานมานี้ มีการจัดพิธีเปิดหน้าดินเพื่อเริ่มการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ระยะที่1 ขนาด30 เมกะวัตต์ ที่เวียดนาม ถือเป็นการเดินหน้าสร้างการเติบโตในเวียดนาม ควบคู่ไปกับการสร้างเครือข่ายกับภาครัฐและชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบ้านปู เพาเวอร์ฯ ในการขยายการเติบโตให้ถึงเป้าหมาย 5,300 เมกะวัตต์เทียบเท่า ภายในปี2568

นายสุธี สุขเรือน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมา บ้านปู เพาเวอร์ฯ ไม่หยุดที่จะเดินหน้าสร้างการเติบโตด้วยการบริหารพอร์ตการลงทุนในประเทศที่มีศักยภาพ ดังจะเห็นได้จากความสำเร็จในการCODโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์คุโรคาวะ (Kurokawa)ในญี่ปุ่น และส่วนขยายโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมหลวนหนาน (Luannan)ระยะที่3 ในจีนตามแผนที่วางไว้ พร้อมกับการลงทุนใหม่ในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ CODแล้วและพร้อมรับรู้รายได้ทันที รวม 5 แห่ง ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จีซิน (Jixin)ในจีน และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อีก4 แห่งในญี่ปุ่น ได้แก่ มูโรรัง1 และ2 (Muroran 1 & 2)ในจังหวัดฮอกไกโด และเท็นซัง (Tenzan)และทาเคโอะ2 (Takeo 2)ในจังหวัดซะกะ ทำให้กำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าที่CODแล้วเพิ่มขึ้น102 เมกะวัตต์ ไม่เพียงเท่านั้น บริษัทฯ ยังเข้าลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant: VPP)และธุรกิจซื้อขายไฟฟ้า(Energy Trading)ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ในประเทศญี่ปุ่นแต่สามารถสร้างรายได้กลับมาทันทีเช่นกัน ตอกย้ำถึงการดำเนินธุรกิจตามกลยุทธ์Greener & Smarterโดยคำนึงถึงการสร้างผลตอบแทนและกระแสเงินสดที่มั่นคงและสม่ำเสมอ

ในปี2562 บ้านปู เพาเวอร์ฯ มีรายได้รวม5,687 ล้านบาท จากธุรกิจไฟฟ้าในจีน ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง7 แห่ง จำนวน755 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน40 ล้านบาท เป็นผลมาจากปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการผลิต และรายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม จำนวน 4,790 ล้านบาท นอกจากนี้ยังรับรู้รายได้จากธุรกิจซื้อขายไฟฟ้า (Energy Trading) จำนวน142 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรภายใต้การลงทุนตามโครงสร้างTK จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นอีกจำนวน39 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไร3,673 ล้านบาท ลดลงร้อยละ23 เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีมีการลดลงของค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment:  AP)ตามโครงสร้างสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และโรงไฟฟ้าหงสาที่หยุดเดินเครื่องเพื่อตรวจสอบอุปกรณ์หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวใน สปป.ลาว เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม โรงไฟฟ้าหงสาทั้ง 3 หน่วยผลิตสามารถกลับมาเดินเครื่องได้อย่างเต็มประสิทธิภาพพร้อมสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่องตามปกติ

ณ ปัจจุบัน บ้านปู เพาเวอร์ฯ มีโรงไฟฟ้าและโครงการโรงไฟฟ้าทั้งหมด33 แห่ง แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่COD แล้ว24 แห่ง และอยู่ระหว่างการพัฒนา9 โครงการ กำลังผลิตตามสัดส่วนการลงทุนรวม2,901 เมกะวัตต์เทียบเท่า คิดเป็นกำลังผลิตที่COD แล้ว2,247 เมกะวัตต์เทียบเท่า สำหรับปี2563 บริษัทฯ คาดว่าจะมีโรงไฟฟ้าที่COD เพิ่มอีก4 แห่ง กำลังผลิตตามสัดส่วนการลงทุนรวม451 เมกะวัตต์เทียบเท่า ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าซานซี ลู่กวงในจีน โรงไฟฟ้าพลังงานลม ระยะที่ 1 ในเวียดนาม โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ยามางาตะ (Yamagata)และยาบูกิ (Yabuki)ในญี่ปุ่น

สำหรับการปรับเป้าหมายขยายกำลังผลิตเพิ่มเป็น5,300 เมกะวัตต์ ภายในปี2568 แบ่งเป็นพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไป4,500 เมกะวัตต์เทียบเท่า และพลังงานหมุนเวียน800 เมกะวัตต์ ส่วนหลังจะมาจากการเข้าถือหุ้นร้อยละ50 ในบริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด (Banpu NEXT) ที่มุ่งดำเนินธุรกิจพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีพลังงาน นั่นหมายความว่าพอร์ตธุรกิจไฟฟ้าของบ้านปู เพาเวอร์ฯ จะมีความหลากหลายขึ้นและสอดรับกับกระแสด้านพลังงานแห่งโลกอนาคตได้ดียิ่งขึ้น ในปีนี้ นอกจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการโรงไฟฟ้าต่างๆ ตามแผนแล้ว บ้านปู เพาเวอร์ฯ ยังคงมองหาโอกาสในการขยายการลงทุนทั้งในประเทศที่ดำเนินธุรกิจอยู่และประเทศที่มีศักยภาพ รวมถึงมุ่งผนึกพลังร่วมกับกลุ่มบ้านปูฯ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการวางแผนและพัฒนาธุรกิจผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะการศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไปที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งในสหรัฐอเมริกาและเวียดนาม พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าที่สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (Environmental, Social and Governance: ESG)ควบคู่กับการรักษาสมดุลระหว่างผลตอบแทนและกระแสเงินสดอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มมูลค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสีย”นายสุธี กล่าวปิดท้าย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s