บีโอไอส่งเสริมการลงทุนของคนไทยในต่างประเทศ กับบทบาทใหม่ที่ท้าทาย

นายชูวงศ์ ตั้งคุณสมบัติ 3-600x900

บีโอไอส่งเสริมการลงทุนของคนไทยในต่างประเทศอย่างไร และบทบาทของกองส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ

การส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศ
(1) ให้บริการข้อมูลข่าวสารแก่นักลงทุนอย่างครบวงจร พร้อมทีมที่ปรึกษา ช่วยเหลือแนะนำ นักลงทุนไทยในการไปลงทุนในประเทศเป้าหมาย
(2) นำนักลงทุนไทยไปสำรวจลู่ทางการลงทุนและหารือกับหน่วยงานรัฐในต่างประเทศ
(3) “ศูนย์พัฒนาการลงทุนไทยในต่างประเทศ” (TOISC) เพื่อจัดอบรมหลักสูตรสร้างนักลงทุนไทยไปลงทุนต่างประเทศ ปัจจุบันมีการจัดอบรมแล้วทั้งสิ้น 15 รุ่น มีผู้ผ่านการอบรมจำนวน 546 ราย มีนักลงทุนที่ผ่านการอบรมหลักสูตรออกไปลงทุนที่ต่างประเทศ จำนวน 179 คน
(4) ให้บริการเชิงลึกโดยที่ปรึกษาที่มีความชำนาญด้านกฎระเบียบการดำเนินธุรกิจในประเทศที่เป็นเป้าหมายในการลงทุน

บทบาทหน้าที่กองกองส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศมีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) ศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนของประเทศเป้าหมายและนักลงทุนเป้าหมาย เพื่อจัดทําฐานข้อมูลการลงทุนของประเทศเป้าหมายและนักลงทุนเป้าหมาย
(2) จัดทำยุทธศาสตร์ชักจูงการลงทุนรายประเทศและแผนงานชักจูงการลงทุนจากต่างประเทศ
(3) ดำเนินกิจกรรมตามแผนงานชักจูงการลงทุนจากต่างประเทศทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยร่วมมือกับหน่วยงานและองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน
(4) สร้างเครือข่ายการชักจูงการลงทุนจากต่างประเทศทั้งในประเทศและต่างประเทศ
(5) ประสานงานกับสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนในต่างประเทศ
(6) ติดตามและประเมินผลการดําเนินกิจกรรมชักจูงการลงทุน
(7) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือที่ได้รับมอบหมาย

ที่ผ่านมีประเทศใดบ้างที่บีโอไอส่งเสริมและนำนักลงทุนไทยไปลงทุน และในอนาคตมีแผนที่จะขยายไปประเทศใด
ที่ผ่านมาจะเน้นให้มีการลงทุนไทยในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะ CLMV ที่บีโอไอส่งเสริมและนำนักลงทุนไทยเข้าไปลงทุน โดยมีมูลค่าการลงทุนไทยในต่างประเทศแยกเป็นรายประเทศดังนี้

ตัวเลขการลงทุนไทยในต่างประเทศ (Thai Direct Investment: TDI)
ประเทศ  มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐ) อันดับการลงทุนไทยในแต่ละประเทศ
กัมพูชา         15.75 (ปี 2017)                  8 (จีนอันดับ1)
ลาว               4,400 (ปี 1989-2018)        2 (จีนอันดับ1)
เมียนมา         2,200 (ปี 2017)                 3 (จีนอันดับ1)
เวียดนาม      10,000 (ปี 2018)                9 (เกาหลีใต้อันดับ1)

ในอนาคตมีแผนที่จะขยายไปในกลุ่มประเทศเอเซียกลาง เอเซียใต้ แอฟริกา และตะวันออกกลาง
อุตสาหกรรมเด่นๆ ที่คนไทยควรไปลงทุนในแต่ละประเทศ

กัมพูชา

1. อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม 

2. ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ

3. ธุรกิจโรงพยาบาล

ลาว

1. อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป
2. ธุรกิจโรงแรม
3. ธุรกิจเชนร้านอาหาร

เมียนมา

1. อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม
2. อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
3. ธุรกิจร้านอาหาร
เวียดนาม

1. อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
2. อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์
3. ธุรกิจค้าปลีก

ความท้าทายและอุปสรรคของคนไทยที่จะไปลงทุนต่างประเทศ

กัมพูชา

1. ค่าจ้างขั้นต่ำปรับขึ้นทุกปี
2. ค่าเช่าที่ดินในเมืองแพง
3. ต้นทุนค่าก่อสร้างสูง เพราะนำเข้าวัสดุก่อสร้าง

ลาว

1. การควบคุมเงินตราต่างประเทศ
2. ปัญหาที่ดิน (ค่าเช่าที่ดินแพง/ที่ดินสัมปทานจากรัฐอาจไม่สามารถใช้ได้ทั้งหมด)
3. การตีความกฎหมายในแต่ละพื้นที่ (แขวง) มีความแตกต่างกัน
4. ขั้นตอนการลงทุนที่ยุ่งยาก ต้องเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน
5. แรงงานขาดทักษะ

เมียนมา

1. ต่างชาติเช่าที่ดินได้ไม่เกิน 1 ปี
2. ธุรกรรมทางการเงินของบริษัทต่างชาติต้องใช้เงินสกุล US Dollars เท่านั้น
3. สหภาพแรงงานมีบทบาทมากและค่าแรงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

เวียดนาม

1. ขั้นตอนการขออนุญาตช้ามาก ศุลกากรล่าช้า เอกสารด้านสิ่งแวดล้อมเข้มงวด
2. กฎระเบียบเปลี่ยนแปลงบ่อย

บริการของบีโอไอเพื่อส่งเสริมคนไทยไปลงทุนต่างประเทศมีอะไรบ้าง
• ศูนย์ข้อมูลการลงทุนไทยในต่างประเทศ เพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสารแก่นักลงทุนอย่างครบวงจร พร้อมทีมที่ปรึกษา ช่วยเหลือแนะนำนักลงทุนไทยในการไปลงทุนในประเทศเป้าหมาย
• จัดสัมมนาเผยแพร่ลู่ทางการลงทุน ในหัวข้อต่างๆ เช่น กฎระเบียบในการทำธุรกิจในต่างประเทศ โอกาสทางการตลาดในอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ เป็นต้น
• ให้บริการเชิงลึกโดยที่ปรึกษาที่มีความชำนาญด้านกฎระเบียบการดำเนินธุรกิจในประเทศที่เป็นเป้าหมายในการลงทุน (ปีล่าสุดเป็นบริษัท Ernst & Young)
• นำนักลงทุนไทยไปสำรวจลู่ทางการลงทุนและหารือกับหน่วยงานรัฐในต่างประเทศ
• “ศูนย์พัฒนาการลงทุนไทยในต่างประเทศ” (TOISC) เพื่อจัดอบรมหลักสูตรสร้างนักลงทุนไทยไปลงทุนต่างประเทศ

หลักสูตร “สร้างนักลงทุนไทยในต่างประเทศ” (Thailand Overseas Investment Support Center: TOISC) จัดตั้งโดยกองส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ ได้ดำเนินการจัดอบรมหลักสูตรนี้มาอย่างต่อเนื่องหลายปี ครั้งนี้นับเป็นปีที่ 8 แล้ว โครงการสร้างนักลงทุนไทยในต่างประเทศของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้ถูกออกแบบมาเพื่อพัฒนานักลงทุนไทยให้พร้อมออกไปลงทุนในต่างประเทศ ที่ผ่านมาได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และจัดอบรมไปแล้วทั้งหมด 15 รุ่น มีผู้จบหลักสูตรทั้งสิ้น 546 ราย มีนักลงทุนที่ผ่านการอบรมจากหลักสูตรมีการเข้าไปลงทุนและร่วมทุนยังต่างประเทศแล้วจำนวน 179 ราย อาทิ อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมก่อสร้างอุปกรณ์ตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มและสิ่งทอ และ อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพลาสติก ประเทศที่ไปลงทุนมากที่สุดอยู่ในกลุ่มอาเซียน คือ เมียนมา เวียดนาม สปป.ลาว กัมพูชา และ อินโดนีเซีย ตามลำดับ รองลงมาคือกลุ่มยุโรป เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออก ส่งผลให้มีผู้ประกอบการไทยจำนวนมากที่สนใจเข้าร่วมฝึกอบรมดังกล่าว

สำหรับรุ่นปัจจุบัน เป็นรุ่นที่ 16 – 17 ถือว่านักลงทุนไทยให้การตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากมีผู้สมัครมากกว่า 100 ราย ครั้งนี้คณะกรรมการได้คัดเลือกกันอย่างเข้มข้น ทำให้ได้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ มีมุมมองด้านการลงทุนในต่างประเทศอย่างแท้ทริงจริง โดยคัดเหลือเพียง 60 ราย หลักสูตร “สร้างนักลงทุนไทยในต่างประเทศ” เป็นหลักสูตรเข้มข้นที่เน้นการลงทุนในต่างประเทศเป็นการเฉพาะ โดยการเติมเต็มความรู้ที่จำเป็นให้ครบทุกมิติ มีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่เป็นนักลงทุนตัวจริง ที่มีความรู้และประสบการณ์จริงจากการลงทุนในต่างประเทศมาเล่าเรื่องประสบการณ์ รวมทั้งเชิญวิทยากรผู้รู้ในแต่ละสาขาวิชาที่จำเป็นต่อการออกไปลงทุนในต่างประเทศมาบอกเล่าเคล็ดลับและวิธีการปฏิบัติให้ประสบความสำเร็จ จึงถือว่าเป็นหลักสูตรที่เป็นการเรียนอย่างกระชับในด้านการลงทุน กิจกรรมของหลักสูตร มีทั้งการบรรยายถ่ายทอดประสบการณ์ การเสวนาแลกเปลี่ยนความเห็นและมุมมอง การจัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ในรุ่นและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นที่ผ่านมาและรุ่นปัจจุบัน รวมทั้งการจัดกิจกรรมศึกษาลู่ทางการลงทุนในต่างประเทศซึ่งจะเป็นโอกาส ให้ผู้ประกอบการไทยเข้าพบกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ได้มีโอกาสพบปะผู้ประกอบการไทยที่ลงทุนอยู่ในประเทศต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจเพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างนักธุรกิจไทย กับนักธุรกิจของประเทศนั้น ๆ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเป็นพันธมิตรด้านการลงทุนในอนาคต

ในปีนี้ ได้จัดกิจกรรมใดบ้างในการส่งเสริมนักลงทุนไทย

แผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ ปีงบประมาณ 2562
ไตรมาสที่ 1 (ต.ค. 61 – ธ.ค. 61)
7-13 ต.ค. 61 รัสเซีย (TOISC)
10-12 ต.ค. 61 ฟิลิปปินส์
24-27 ต.ค. 61 อินโดนีเซีย (TOISC)
13-17 พ.ย. 61 มาเลเซีย (TOISC)

ไตรมาสที่2 (ม.ค.-มี.ค. 62)

14-24 ม.ค. 62 จัดอบรมจนท. จากกลุ่มประเทศ CLMV
30 มี.ค. – 7 เม.ย. 62 ไนจีเรีย (Fact Finding)

ไตรมาสที่ 3 (เม.ย.-มิ.ย. 62)
6 – 14 เม.ย. 62 กานา (Fact Finding)
8 พ.ค. 62 งานสัมมนาเจาะตลาด CLMV
10 – 14 พ.ค. 62 กัมพูชา-เวียดนาม
27 – 31 พ.ค. 62 ลาว-เวียดนาม (TOISC)
15 – 22 มิ.ย. 62 ปากีสถาน (Fact Finding)

ไตรมาสที่ 4 (ก.ค.-ก.ย. 62)
2 – 9 ก.ค. 62 อุซเบกิสถาน (TOISC)
21 – 27 ก.ค. 62 คาซัคสถาน (Fact Finding)
5 – 9 ส.ค. 62 เมียนมา (TOISC)
23 – 28 ส.ค. 62 ซูดาน (TOISC)
ส.ค. 62 อินโดนีเซีย
ส.ค. 62 งานสัมมนา EY
ก.ย. 62 กัมพูชา-ลาว
ก.ย. 62 เมียนมา
ก.ย. 62 งานสัมมนาผลการศึกษาตลาดใหม่

ตัวอย่างกรณีที่นักลงทุนไทยประสบความสำเร็จในต่างประเทศ จากการส่งเสริมของ บีโอไอ

หากจะกล่าวถึงนักลงทุนไทยประสบความสำเร็จในต่างประเทศ จากการส่งเสริมของบีโอไอมีหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม หากเน้นไปทางด้านที่นักลงทุนไทยมีศักยภาพอยู่แล้วนั้นคงไม่พ้นกลุ่ม Textile จึงขอยกตัวอย่าง บริษัท ซาบีน่า ฟาร์อีสท์ จำกัด ซึ่งมีศิษย์เก่าของเรามาร่วมเรียนหลักสูตรนี้ คือ คุณบีไยกุมาร ปานเดย์ TOISC รุ่นที่ 8 (2558) ปัจจุบันดำรง ตำแหน่ง ผู้จัดการฝ่ายขายต่างประเทศ บริษัท ซาบีน่า ฟาร์อีสท์ จำกัด ธุรกิจชุดชั้นในสตรีที่เริ่มต้นของบริษัทนั้นเริ่มมาตั้งแต่ปี 2501 ซาบีน่า คือ หนึ่งในผู้นำด้านการผลิตและจัดจำหน่าย ชุดชั้นในของผู้หญิง ที่เป็นสัญชาติไทย เริ่มจากการเป็นผู้รับจ้างผลิตสินค้า (โออีเอ็ม) ให้กับชุดชั้นในแบรนด์จากยุโรป ต่อมาได้เริ่มมองเห็นโอกาสในตลาด Asean โดยเฉพาะตลาดประเทศเพื่อนบ้าน เริ่มต้นจากลงทุนเปิดสาขาในแทบประเทศเพื่อนบ้านก่อน โดยเริ่มในปี 2552 ที่เมียนมาและปี 2554 ที่เวียดนาม ซึ่งมองว่าเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยซาบีน่าจะใช้กลยุทธ์ขยายตัวตามสาขาห้างที่เข้ามาลงทุน

คุณบีไยกุมาร ปานเดย์ เป็นนักเรียนศิษย์เก่า TOISC รุ่นที่ 8 เริ่มเข้ามาเรียนหลักสูตรสร้างนักลงทุนไทยในต่างประเทศเมื่อปี 2558 และได้ถูกเชิญมาเป็นวิทยากรให้กับหลักสูตร TOISC หลายครั้งด้วยเช่นกัน ในขณะที่เริ่มเรียนหลักสูตรคุณบีไยกุมาร ในขณะนั้นมองว่าหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่ตรงตามจุดประสงค์คือเน้นการออกไปต่างประเทศ ซึ่งก่อนหน้าที่จะเริ่มเรียนหลักสูตร นั้นซาบีน่าได้ทำการเปิดสาขาไปบ้างแล้วที่เมียนมาและเวียดนาม และเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีและถึงเวลาแล้วที่เราต้องออกจาก comfort zone แล้วลองดูตลาดในต่างประเทศที่มีช่องทางและโอกาสสำหรับสินค้าอย่างไรบ้าง โดยที่เริ่มจากประเทศเพื่อนบ้านใน asean เพราะเพื่อนบ้านต่างยอมรับในสินค้าทั้งด้านคุณภาพและราคาของสินค้าไทยเมื่อเทียบกับหลายประเทศ สิ่งที่สำคัญคือมาตราฐานและบริการหลังการขายที่ต้องดีกว่าชาติอื่นเพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นคู่ค้าได้ในระยะยาว รวมทั้งช่วยลดต้นทุนสินค้าจากความต้องการของสินค้ามากขึ้นและลดต้นทุนคงที่ต่อหน่วยได้ เมื่อได้เริ่มเรียนแล้วพบว่าหลักสูตรนี้ ช่วยให้เรามีความรู้ในเรื่องกฏระเบียบการค้าการลงทุนมากยิ่งขึ้น, สิ่งที่ควรและไม่ควรทำในตลาดต่างประเทศ รวมทั้งได้ออกไปเจรจาในภาคสนามจริงเพื่อเป็นประสบการณ์และสร้างความกล้าให้เราเริ่มธุรกิจต่างประเทศ และที่สำคัญอย่างมากคือได้ network และ Connection กับเพื่อนนักธุรกิจที่เข้าร่วมสัมมนา ร่วมทั้งวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญที่มาบรรยายในแต่ละครั้ง

ปัจจุบันซาบีน่าถือว่าประสบความสำเร็จในตลาดอาเซียนโดยเฉพาะเวียดนามเป็นประเทศที่มีสาขาการลงทุนมากที่สุด และก็มีการขยายช่องทางการจำหน่ายในหลายประเทศ อาทิ ลาว, กัมพูชา, ฟิลิปปินส์, สิงค์โปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, บังคลาเทศ, ปากีสถาน, อินเดีย, สาธารณอาหรับเอมิเรสต์ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าซาบีน่าจะเติบโตแต่การดำเนินธุรกิจยังประสบปัญหาในพื้นที่ CLMV คือ ด้านกฎหมายที่ขาดความชัดเจน กฎข้อบังคับการค้าขายสินค้าในประเทศ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การกีดกันทางการค้าในด้าน Anti Dumping คือถึงแม้ภาษีเป็นศูนย์ในภูมิภาคอาเซียน หรืออัตราภาษีที่ลดน้อยลงตามข้อตกลงกับกลุ่มประเทศในเอเซีย แต่ผู้ประกอบการต้องศึกษาให้ดีว่ามีกำแพงภาษีทางอ้อมใดที่อาจจะทำให้เป็นอุปสรรคหรือต้นทุนสินค้าในการส่งออกเพิ่มขึ้นหรือไม่ อาทิเช่น แหล่งวัตถุดิบสินค้ารวมทั้งแรงงานผลิตถ้าไม่ถึงเปอร์เซนต์ที่แต่ละประเทศกำหนดก็อาจจะไม่ได้รับการยกเว้นภาษี

ตัวเลขการขยายสาขาในต่างประเทศ
ประเทศ 2552 2554 2557 2558 2559 2560 จำนวนสาขา
เวียดนาม.          52                                  2          54
ฟิลิปปินส์                                        27     3          30
เมียนมา   10                                            1          11
สปป.ลาว                      5                                       5
กัมพูชา                                  3                              3
บังคลาเทศ                             4               6          10
ปากีสถาน                              9               1          10
รวมทั้งสิ้น                                                            123 สาขา

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s