สทน.แถลงผลงานครบรอบ 11 ปี ชูเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจ หนุน SMEตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0

DSC_0187 - Copy_resize-700x464
สทน.แถลงผลงานครบรอบ 11 ปี
ชูเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจ หนุน SMEตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0

สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. จัดแถลงผลงานในโอกาสครบรอบ 11 ปีของการก่อตั้งสถาบันและนำเสนอโครงการสำคัญในอนาคตพร้อมลงนามความร่วมมือระหว่าง สทน.และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซนทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว เมื่อวันก่อน

ดร.พรเทพ นิศามณีพงษ์  ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) แถลงผลงานของสถาบันฯ ว่า“คณะรัฐมนตรีมีมติจัดตั้ง สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. ให้ขึ้นอยู่ภายใต้กำกับดูแลของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยภารกิจสำคัญของ สทน. คือ การวิจัย พัฒนา และให้บริการด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ เพื่อส่งเสริมให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม เศรษฐกิจของประเทศ และสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีสู่ประชาชนด้วยการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ ซึ่งตลอดระยะเวลา 11 ปี สทน.ได้ดำเนินการตามภารกิจที่รัฐบาลได้มอบหมายอย่างต่อเนื่องและได้สร้างสรรค์ผลงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์มากกว่า 700 เรื่อง มีการนำไปใช้ประโยชน์ด้านต่างๆมากกว่า 200 เรื่อง และสามารถนำมาต่อยอดเป็นงานบริการเพื่อประโยชน์สาธารณะมากกว่า 30 งานบริการ โดยมีงานวิจัยที่สำคัญมากมาย อาทิ การปรับปรุงพันธ์พืชโดยใช้รังสี ในปี 2553 ทำให้เกิดบัวสายพันธุ์ใหม่ของโลก คือ “บัวจันทร์โกเมน” หรือบัว 3 สี ที่มีสีเขียวอ่อน ชมพูและเหลืองในดอกเดียวกัน สามารถเปลี่ยนสีได้ตามระยะเวลาการผลิตดอก, การฉายรังสีเพื่อทำหมันแมลงวันผลไม้ลดการทำลายผลผลิตจากศัตรูพืช ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพและสร้างรายได้สูงขึ้นเป็นประโยชน์กับเกษตรกรจำนวนมาก, งานวิจัยเพื่อผลิตผงไหมคุณภาพสูง หรือ Silk peptide (ซิลก์เป๊บไทด์) โดยนำรังไหมมาฉายรังสีแกมมา เพื่อเปลี่ยนโปรตีนในรังไหมให้มีอนุภาคเล็กลง จนกลายเป็นสารสกัดโปรตีนไหมชั้นเยี่ยม ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง หรือเพิ่มรสชาติอาหารนอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่ สทน. ทำร่วมกับ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร หรือ สสนก. ในการวิเคราะห์ไอโซโทปน้ำ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ซึ่งให้ประโยชน์อย่างมากในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของน้ำในฤดูต่างๆ และสามารถอธิบายวัฏจักรของน้ำในประเทศไทยได้อย่างครบถ้วน

DSC_0322 - Copy_resize-700x464

สำหรับงานบริการที่สร้างประโยชน์ด้านเศรษฐกิจในระดับประเทศ โดยส่งเสริมภาคธุรกิจและการสร้างรายได้ให้กับประเทศ อาทิ งานบริการตรวจสินค้าส่งออกโดยฉายรังสีในอาหารและผลิตผลการเกษตร เพื่อฆ่าเชื้อโรคและเพื่อยืดอายุผลิตภัณฑ์ซึ่งแต่ละปี สทน.ส่งเสริมให้เกิดการส่งออกผลไม้ไทยและผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร
ไปยังสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และประเทศออสเตรเลีย สินค้ามีมาตรฐานด้านความปลอดภัย และไม่ถูกปฏิเสธการนำเข้าจากประเทศคู่ค้า เพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการชาวไทยได้มากกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี

DSC_0368_resize-700x464
ในการด้านสุขภาพพลานามัย สทน. เป็นหน่วยงานรัฐที่สามาร8ถผลิตเภสัชภัณฑ์ทางรังสี เพื่อใช้วินิจฉัยโรค เช่น มะเร็งต่อมไร้ท่อ ตรวจการทำงานของไต  และรักษาโรค อาทิ มะเร็งต่อมไทยรอย์ โรครูมาตอยด์เรื้อรัง บรรเทาอาการปวดจากมะเร็งแพร่กระจาย ฯลฯ โดยแต่ละปีมีผู้ป่วยใช้ยาที่ผลิตโดย สทน.มากกว่า 30,000 ราย ทำให้ไทยลดการนำเข้าเภสัชภัณฑ์รังสีจากต่างประเทศ สามารถประหยัดเงินได้กว่า 300 ล้านบาทส่วนเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม สทน.มีบทบาทสำคัญและเป็นหน่วยงานหลักในการจัดการกากกัมมันตรังสีที่มีใช้อยู่ในประเทศไทย ทั้งจากโรงพยาบาล โรงงานอุตสาหกรรม และสถานศึกษา กว่า 200 แห่งทั่วประเทศ โดยดำเนินการจัดเก็บกากกัมมันตรังสีตามมาตรฐานสากล กล่าวได้ว่า ปัจจุบัน สทน.จึงเป็นหน่วยงานเดียวในประเทศไทยที่ทำหน้าที่จัดการกากกัมมันตรังสีของประเทศ”

ดร.พรเทพ ยังนำเสนอถึงโครงการของ สทน.ที่กำลังดำเนินการ ตามแนวนโยบายของรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้มอบหมายให้หน่วยงานรัฐต้องมีกิจกรรมและโครงการช่วยเหลือภาคธุรกิจและเอกชน รวมถึงประชาชน ภายใต้นโยบายโครงการประชารัฐ  รวมถึงสนับสนุนให้ประเทศก้าวหน้าไปสู่ THAILAND 4.0 ดังนั้นสทน.ในฐานะหน่วยงานภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงมีการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนนโยบายดังกล่าว โดยเข้าร่วมโครงการสำคัญๆ อาทิ

โครงการเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis)เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมอาหารโดยสทน.เข้าร่วมเป็นเครือข่ายสนับสนุนและเสริมสร้างศักยภาพให้กับกลุ่มผู้ประกอบการเมืองนวัตกรรมอาหารด้วยเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในรูปแบบงานบริการต่างๆ อาทิวิเคราะห์เชื้อในห้องปฏิบัติการ  ตรวจยืนยันชนิดของแบคทีเรีย ตรวจพิสูจน์อาหารที่ผ่านการฉายรังสี ตรวจวัดกัมมันตภาพรังสีสินค้าส่งออกและนำเข้าตรวจวิเคราะห์ปริมาณกัมมันตภาพรังสีในอาหารทะเลแช่แข็งบริการฉายรังสีผลิตภัณฑ์ เพื่อยืดอายุการเก็บ และงานวิจัยทดลองต่างๆ รวมทั้งการถนอมอาหารโดยการฉายรังสีที่เรียกว่าCold Sterilization หรือ Cold Pasteurization ซึ่งอาจใช้ทดแทนเทคโนโลยีการถนอมอาหารที่ใช้ความร้อน ทำให้สามารถคงคุณค่าอาหารบางอย่างได้ดีกว่า
โครงการคูปองวิทย์เพื่อโอทอปซึ่งเป็นการให้ทุนในรูปแบบการให้คูปองเงินแก่ผู้ประกอบการระยะผลิตภัณฑ์ชุมชน และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้ในกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยเพื่อสนับสนุนนโยบายนี้ สทน.จึงจัดทำโครงการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(SMEs) ด้วยนวัตกรรมด้านรังสีมอบคูปอง 20,000 บาท แก่ผู้ประกอบการที่นำเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ประเภทอาหาร เช่น ผลไม้อบแห้ง อาหารแปรรูปจากข้าว แหนม ปลาส้ม เห็ดอบแห้ง เส้นก๋วยเตี๋ยว ข้าวเกรียบปลา สมุนไพร บ๊ะจ่าง เป็นต้น ประเภทสมุนไพร เช่น แคปซูลสมุนไพรผสม ผงสมุนไพรอบแห้ง ผงเห็ด อบแห้ง สบู่แชมพูสมุนไพร ดินสอพอง เป็นต้นขณะนี้มีผู้มาใช้บริการแล้ว 33 รายโดยตั้งเป้าหมายว่าภายในปีนี้จะมีผู้รับบริการ 44 ราย

DSC_0477_resize-600x903

สำหรับโครงการสำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับเครื่องมือทางนิวเคลียร์ที่ สทน. ได้รับจัดสรรงบประมาณแล้ว ได้แก่
การสร้างเครื่องอนุภาคอิเล็กตรอน (E-beam) ที่ศูนย์ฉายรังสีคลอง 5 ปทุมธานี
ปัจจุบัน สทน. ฉายรังสีในสินค้าได้ประเภทเดียวคือ รังสีแกมมา จากเครื่องกำเนิดรังสีโคบอลต์-60แต่เมื่อโครงการนี้สำเร็จ สทน. ก็จะสามารถให้บริการฉายรังสีผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆได้ครบ 3 ประเภทคือ รังสีแกมมา, x-ray และ อิเล็กตรอน ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่างๆ เช่นเพิ่มปริมาณการส่งออกผลไม้ตามความต้องการของตลาดในประเทศและต่างประเทศเป็นโรงงานต้นแบบและถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคเอกชนทั้งระดับอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการรายย่อยและส่งเสริม SMEผู้ประกอบการรายย่อย ดำเนินกิจการค้าขายอาหาร และผลิตภัณฑ์ฉายรังสี

โครงการก่อสร้างเครื่องไซโคลตรอนทางการแพทย์
เพื่อเป็นศูนย์กลางในการผลิตไอโซโทปรังสีและเภสัชภัณฑ์รังสีเพื่อการตรวจวินิจฉัยและรักษาของประเทศ ตอบสนองความต้องการของโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน อีกทั้งสนับสนุนประเทศก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ของภูมิภาค

DSC_0492_resize-700x464
โครงการบูรณาการงานวิจัยและพัฒนาด้านพลาสมาและฟิวชันในประเทศไทย
ปัจจุบันประเทศมหาอำนาจทั่วโลกกำลังศึกษาเรื่องของฟิวชั่นและพลาสมา และเชื่อว่าจะสามารถสร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่น เพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าที่ไม่มีการปลดปล่อยธาตุกัมมันตรังสี ซึ่งอาจใช้เวลาศึกษาทดลองร่วมกันถึง 50 ปี ฉะนั้นโครงการวิจัยและพัฒนาพลาสมาและฟิวชันในประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเพื่อรวบรวมผู้เชี่ยญชาญด้านนี้ในประเทศไทย ในการศึกษาและพัฒนาห้องปฏิบัติการ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับเทคโนโลยีสำคัญของโลกในอนาคต ปัจจุบัน สทน.ร่วมกับ 14 มหาวิทยาลัยที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านฟิวชัน ในการสร้างเครือข่าย ศึกษาและกำหนดทิศทางวิจัยและพัฒนาร่วมกันอย่างมีระบบนอกจากนี้ สทน. ยังได้ลงนามความร่วมมือกับสถาบันฟิสิกส์แห่งประเทศจีนเพื่อร่วมพัฒนาเครื่องโทคาแมค ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการศึกษาวิจัยด้านพลาสมาและฟิวชันอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีโครงการในอนาคตที่ สทน.กำลังดำเนินการจัดเตรียมรายละเอียด ได้แก่ โครงการเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยเครื่องใหม่
เนื่องจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยในปัจจุบันใช้ประโยชน์มา 55 ปีแล้ว ทำให้ปัญหาการจัดหาเชื้อเพลิง และประสิทธิภาพลดลง การผลิตไอโซโทปรังสีทำได้จำกัด จึงทำให้เกิดโครงการนี้ขึ้น  โดยเริ่มวางแผนจัดทำข้อมูลพื้นฐานและศึกษาความเป็นไปได้เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดให้

คณะรัฐมนตรีพิจารณา พร้อมขออนุมัติงบประมาณจากรัฐบาล ในปี2560 – 2561โดย สทน.จะสื่อสารเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนในพื้นที่และประชาชนทั่วไป หากได้รับอนุมัติ โครงการนี้จะได้เวลาในการก่อสร้างอย่างน้อย 10 ปี

DSC_0193 - Copy_resize-700x464

การรับรองบุคลากรด้านการทดสอบโดยไม่ทำลาย
สทน.เล็งเห็นความสำคัญของการประเมินความสามารถของบุคลากรด้านการทดสอบโดยไม่ทำลาย เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรเหล่านี้สามารถในการดำเนินการทดสอบได้เท่าเทียมกัน และเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด จึงได้จัดทำระบบคุณภาพเพื่อการรับรองบุคลากรด้านการตรวจสอบโดยไม่ทำลาย ตามมาตรฐาน ISO /IEC 17024/2012 โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การรับรองความสามารถของบุคคลเป็นไปอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้
โครงการการจัดตั้งห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์อายุด้วยรังสี(คาร์บอน 14)
ห้องปฏิบัติการนี้ถือว่าเป็นแห่งเดียวของประเทศในการตรวจวิเคราะห์ธาตุ คาร์บอน14เพื่อประโยชน์ในงานโบราณคดี อาทิ วิเคราะห์และรับรองปริมาณชีวมวลในผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพตามมาตรฐานสากล  เพื่อประโยชน์ต่อพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพของประเทศรวมทั้งวิเคราะห์อายุโบราณวัตถุและหลักฐานแวดล้อมทางโบราณคดีด้วยเทคนิครังสี เพื่อการให้บริการรับรองอายุแก่วัตถุต่าง ๆอย่างเป็นระบบมาตรฐาน ลดการพึ่งพาผลวิเคราะห์จากต่างประเทศ และเพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการวิเคราะห์เรดิโอคาร์บอนในภูมิภาคอาเซียน

ภายในงานยังจัดให้มีพิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง สทน. โดย ดร.พรเทพ นิศามณีพงษ์  และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย  โดยนายณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย  เพื่อสนับสนุนการวิจัยและใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ในการประยุกต์ใช้และให้บริการแก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม  นำไปสู่การพัฒนาขีดความสามารถทางธุรกิจ และยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ

รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเดินทางมาเป็นประธานในงานและร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามได้กล่าวแสดงความยินดีกับ สทน. ที่ได้การดำเนินงานมาจวบจนระยะเวลา11 ปีและสามารถเป็นหน่วยงานที่สนับสนุนในการนำแนวนโยบายของกระทรวงฯ ไปดำเนินการพร้อมผลักดันงานวิจัยและพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จลุล่วงได้ดี

ดร. พรเทพ กล่าวทิ้งท้ายว่า “เราเชื่อว่าเทคโนโลยีนิวเคลียร์จะเป็นเทคโนโลยีทางเลือก ที่เกิดประโยชน์แก่ประเทศไทยในการยกระดับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปทั่วโลกได้อย่างไร้ขีดจำกัด”

_MG_3304-700x466

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s